ผัดไทยมะละกอ
ผัดไทยมะละกอเป็นผัดไทยประยุกต์ ใช้เส้นมะละกอสับหยาบแทนเส้นก๋วยเตี๋ยว เคล็ดลับคือต้องผัดน้ำซอสผัดไทยให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมก่อน แล้วจึงใส่มะละกอสับลงไป เพื่อให้น้ำซอสผัดไทยรัดเส้นมะละกอให้สุกและกรอบ
เครื่องปรุงและส่วนผสมของผัดไทยมะละกอ
น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ
เต้าหู้ขาวแข็งหั่นชิ้นเล็ก 3 ช้อนโต๊ะ
หอมแดงสับ 1 ช้อนโต๊ะ
หัวไช้โป๊เค็มสับ 2 ช้อนโต๊ะ
พริกป่น 1 ช้อนชา
น้ำซอสผัดไทย 1/3 ถ้วย
กุ้งแห้งเนื้อ 2 ช้อนโต๊ะ
กุ้งแชบ๊วยแกะเปลือกเด็ดหัวไว้หางผ่าหลัง 8 ตัว
ไข่ไก่ 2 ฟอง
มะละกอดิบสับเส้นหยาบยาว 150 กรัม
แครอทสับเส้นหยาบยาว 50 กรัม
กุยช่ายหั่นท่อนขนาด 1 /2 นิ้ว 2 ต้น
ถั่วลิสงคั่วบด 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำผัดไทยมะละกอ
1. ตั้งกระทะน้ำมันบนไฟกลางพอร้อน ใส่เต้าหูลงผัดพอเหลืองเล็กน้อย ใส่หอมแดง ผัดพอสุกหอม ใส่หัวไชโป๊ พริกป่น และน้ำซอสผัดไทย ผัดให้ทั่ว ใส่กุ้งแห้ง และกุ้งสด ผัดพอสุก
2. ต่อยไข่ใส่ ใช้ตะหลิวเขี่ยไข่แดงให้แตก พอไข่สุก ใส่มะละกอและแครอท เร่งเป็นไฟแรงใส่กุยช่าย ผัดพอทั่ว ปิดไฟ
3. ตักผัดไทยมะละกอใส่จาน โรยถั่วลิสงคั่วบด เสิร์ฟกับผักสด
สรรพคุณ
- มะละกอ
มะละกอสุก ๆ เนื้อสีส้มแดงนี่แหละขอบอกว่าเป็นผลไม้ที่ดีที่สุดของความมีประโยชน์ทีเดียว ใครไม่กินก็บอกได้เลยว่า คุณกำลังพลาดของดีชนิดที่สุขภาพไม่น่าให้อภัยเลย มะละกอสุกกินง่ายกว่ามะละกอดิบตั้งเยอะสามารถปอกเปลือกแล้วลำเลียงลงกระเพาะได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาในการปรุงแต่งแต่อย่างใด เป็นอาหารบริสุทธิ์ที่ธรรมชาติบรรจงสร้างมาให้เรา ฉะนั้นเรามาว่ากันถึงความอร่อยและมีประโยชน์ของมะละกอกันเลยดีกว่า
นอกจากเนื้อหวาน ๆ แสนอร่อยแล้วทุกส่วนของมะละกอยังสามารถนำมาใช้ทำยาได้ ผลการวิจัยพบว่า ประโยชน์ของมะละกอมีอยู่มากมายตั้งแต่ช่วยต้านมะเร็ง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี บรรเทาอาการท้องผูกซึ่งเป็นที่มาของโรคริดสีดวงทวาร ป้องกันอาการตับโต เป็นยาบำรุงหัวใจ ตับ และสมอง
สรรพคุณและประโยชน์ของมะละกอยังเผื่อแผ่ไปถึงเด็กทารกที่ดูดนมมารดาอีก เพราะช่วยกระตุ้นให้แม่มีน้ำนมมากขึ้นป้องกันโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ ป้องกันการติดเชื้อจากจุลินทรีย์ที่อยู่ภายในลำไส้ เรื่องความสวยงาม มะละกอยังมีเอนไซม์ที่ช่วยบำรุงผิวได้เป็นอย่างดี ใครอยากมีผิวหน้าเนียนขาวนุ่มชุ่มชื่นก็นำมะละกอสุกครึ่งถ้วยผสมกับน้ำผึ้ง แท้ 1 ช้อน นมสดอีก 1 ช้อน ปั่นเข้าด้วยกันเป็นครีมข้น ทาให้ทั่วผิวหน้า ทิ้งไว้ 10 - 15 นาทีแล้วล้างออก
นอกจากเนื้อหวาน ๆ แสนอร่อยแล้วทุกส่วนของมะละกอยังสามารถนำมาใช้ทำยาได้ ผลการวิจัยพบว่า ประโยชน์ของมะละกอมีอยู่มากมายตั้งแต่ช่วยต้านมะเร็ง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี บรรเทาอาการท้องผูกซึ่งเป็นที่มาของโรคริดสีดวงทวาร ป้องกันอาการตับโต เป็นยาบำรุงหัวใจ ตับ และสมอง
สรรพคุณและประโยชน์ของมะละกอยังเผื่อแผ่ไปถึงเด็กทารกที่ดูดนมมารดาอีก เพราะช่วยกระตุ้นให้แม่มีน้ำนมมากขึ้นป้องกันโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ ป้องกันการติดเชื้อจากจุลินทรีย์ที่อยู่ภายในลำไส้ เรื่องความสวยงาม มะละกอยังมีเอนไซม์ที่ช่วยบำรุงผิวได้เป็นอย่างดี ใครอยากมีผิวหน้าเนียนขาวนุ่มชุ่มชื่นก็นำมะละกอสุกครึ่งถ้วยผสมกับน้ำผึ้ง แท้ 1 ช้อน นมสดอีก 1 ช้อน ปั่นเข้าด้วยกันเป็นครีมข้น ทาให้ทั่วผิวหน้า ทิ้งไว้ 10 - 15 นาทีแล้วล้างออก
- แครอท
หัวแครอท จะเป็นสีส้มเพราะมีสาร carotene มีเป็นจำนวนมาก เมื่อเรากินสาร carotene นี้เข้าไปในร่างกายสารชนิดนี้จะเปลี่ยนเป็นไวตามินเอซึ่งมีประโยชน์ต่อสายตาสำหรับผู้ที่เป็นโรคตาฟาง น้ำที่คั้นจากหัวแครอทใช้ผสมกับน้ำมะนาวให้ใช้ทาตามบริเวณผิวหน้าเป็นยาบำรุงผิวลบรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า นอกจากนี้แล้วหัวแครอทยังให้ปริมาณของเกลือโปแตสเซี่ยมสูงซึ่งทำให้มีฤทธิ์ในทางขับปัสสาวะส่วนน้ำมันหอมระเหยททีมีอยู่ในหัวแครอทจะมีฤทธิ์ในทางขับพยาธิไส้เดือนได้
- ต้นหอม
ขับเหงื่อ แก้อักเสบบวมแดง ป้องกันโรคหวัดเย็น ปวดศีรษะ คัดจมูก ฝีหนองบวมปวด รักษาอาการฟกช้ำเนื่องจากถูกตี รักษาอาการปวดท้องเนื่องจากความเย็น ปัสสาวะ อุจจาระขัด บิด เป็นยาบำรุงไต บำรุงสายตา เสริมสมรรถภาพทางเพศ กระจายเลือดคั่ง ขับพยาธิ รักษาอาการเลือดกำเดาไหล ทำให้ร่างกายอบอุ่น เพิ่มอุณหภูมิร่างกาย บำรุงสมอง ขับพยาธิเข็มหมุด เด็กท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย กระตุ้นให้หลั่งน้ำนม เพิ่มน้ำนม จมูกอักเสบ พยาธิตัวกลมในเด็ก


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น